ภัทร กิตติมานนท์

การศึกษาที่แท้



โดย ภัทร กิตติมานนท์
หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับประจำวันที่ 9 พฤษภาคม 2558

ถ้าชีวิตของผมเป็นเหมือนหนังสือ เรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงนี้คงเปรียบเหมือนการขึ้นบทใหม่ จากแต่เดิมที่เรียนรู้อยู่กับชุมชนมาได้ ๔ ปี ถึงตอนนี้ บริบททั้งหลายก็เปลี่ยนแปลงไป ช่วงต่อไป ผมต้องออกมาเรียนรู้ด้วยตัวเอง ไม่มีการประคองใกล้ชิดจากลุง (วิศิษฐ์ วังวิญญู) และชุมชนอย่างที่เคยเป็นมา ในช่วงที่เกิดการปรับเปลี่ยนใหม่ๆ ต้องยอมรับว่า รู้สึกสั่นสะเทือนมาก มันเกิดขึ้นโดยเราไม่ได้ตั้งตัว แต่ทุกการเปลี่ยนแปลงในชีวิตก็ล้วนเป็นอย่างนี้ไม่ใช่หรือ? ผมนึกถึงช่วงที่ตัวเองเดินทางออกจากกรุงเทพฯ จากชีวิตในระบบมาสู่การเรียนรู้วิถีใหม่ที่ชุมชนเชียงราย ในตอนนั้น หลังจากติดอยู่ในวังวนยาเสพติดมา ๓ ปี คืนหนึ่ง ในวันที่ชีวิตดิ่งลงถึงจุดต่ำสุด การเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้น เริ่มจากแฟนที่เคยเล่นยาอยู่ด้วยกันตัดสินใจแยกทางไป แล้วจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง พ่อแม่ก็เดินทางมาหาพร้อมกับบอกว่า พวกเขารู้แล้วว่าผมติดยา ในเช้าวันนั้นเอง เราก็เดินทางออกจากกรุงเทพฯ มาสู่เชียงรายและชุมชนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน

จากวันนั้นถึงวันนี้ กินเวลา ๔ ปีกว่าๆ เป็นช่วงเวลาที่ผมได้เรียนรู้อยู่ในโลกใบใหม่ที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง หากจะนิยาม ๔ ปีในชุมชนเป็นบทหนึ่งในหนังสือ ผมจะให้ชื่อบทว่า “การศึกษาที่แท้” เพราะนี่คือการศึกษาที่ลงลึกถึงหัวใจ ไม่ใช่การเรียนเพื่อจดจำเนื้อหาดังที่เคยเป็นมา แต่ทุกๆ บทเรียนที่เกิดขึ้นคือความเข้าใจที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงตัวตนของผมอย่างถึงราก ผมเลิกยาได้จากความสนิทสนมที่มีกับลุง ผมเริ่มเปิดตัวเองสู่โลกของการอ่านการเขียน จากคนที่เคยขยาดแขยงหนังสือเล่มหนาๆ ชื่อยากๆ มาวันนี้ ผมสามารถอ่านหนังสือภาษาอังกฤษได้อย่างเมามัน อย่างที่ไม่กลัวว่าตัวเองจะไม่เข้าใจ และที่สำคัญ จากเด็กขี้อายที่ลึกๆ ยังรู้สึกสงสัยในคุณค่าของตัวเองอยู่ตลอด ตอนนี้ผมสามารถเป็นผู้นำพาการเรียนรู้ให้กับคนอื่นๆ ได้

อ่านต่อ »

ติดยา เยียวยาได้จริงล่ะหรือ?



โดย ภัทร กิตติมานนท์
หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับประจำวันที่ 31 มกราคม 2558

หลายครั้ง เวลาไปทำเวิร์คช็อป คนส่วนใหญ่เมื่อได้ฟังประสบการณ์การเลิกยาของผม จะรู้สึกว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่อ หลายคนชื่นชมว่าผมเก่ง ผมใจแข็งที่สามารถเลิกได้ บางคนบอกว่าเป็นเพราะผมมีพื้นฐานดีอยู่แล้ว ถ้อยคำที่ผมบอกว่าจริงๆ แล้วไม่ใช่เพราะผมเป็นคนพิเศษ ดูจะไม่เข้าหูพวกเขา สิ่งที่ผมตั้งใจจะบอกคือ ผมเลิกติดยาได้เพราะผมได้รับการดูแลที่ดี ผมพูดเสมอว่าที่ผมเป็นตัวเป็นตนทุกวันนี้ก็เพราะลุงใหญ่ (อ.วิศิษฐ์ วังวิญญู) และลุงเองก็ไม่ใช่ผู้วิเศษที่ใช้คาถาเสกให้ผมเลิก แต่เป็นเพียงคนที่ชอบการเรียนรู้ ศึกษาลงลึกในเรื่องที่ตนสนใจ นั่นคือ “การเปลี่ยนแปลงของมนุษย์” และนำมาปฏิบัติจริงทดลองจริงเท่านั้น

ตอนนั้น พอเลิกยาได้แล้ว ผมก็เรียนกับลุงต่อในเรื่องที่แกใช้เยียวยาผมนั่นแหละ เริ่มทำงานกับผู้คนจนเห็นว่าคนทั่วไปในสังคมก็ป่วยแทบไม่แตกต่างจากคนเสพติดเลย เพียงแต่การเสพติดคืออาการป่วยที่สังคมไม่ยอมรับ เวลาผ่านไปทำให้คิดว่า “เมื่อเราสามารถช่วยคน (ป่วย) ทั่วไปให้เปลี่ยนแปลงตัวเองได้ เมื่อเราเองก็ได้รับการดูแลจนเปลี่ยนตัวเองได้ แล้วเราจะเอาเรื่องพวกนี้กลับไปช่วยผู้เสพติดและครอบครัวของพวกเขาบ้างไม่ได้หรือ?”

อ่านต่อ »

Back to Top